การจัดฟัน มีกี่แบบ ขั้นตอนอะไรบ้าง?

การจัดฟัน มีกี่แบบ ขั้นตอนอะไรบ้าง?

การจัดฟัน มีกี่แบบขั้นตอนอะไรบ้าง? ใครควรรักษาโดยการจัดฟัน?

เสริมสร้างบุคลิกภาพ มั่นใจทุกรอยยิ้ม เรียงฟันสวย ช่วยให้คุณดูดีได้ด้วยการจัดฟัน(Orthodontics)

ฟันที่สวยงาม นอกจากจะทำให้คุณมีภาพลักษณ์และบุคลิกที่ดี ช่วยให้คุณรู้สึกมั่นใจในทุกย่างก้าวของชีวิตแล้ว ส่วนสำคัญที่หลายคนอาจมองข้าม คือปัจจัยที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสุขภาพ โดยเฉพาะปัญหาการเรียงฟันหรือการสบฟันที่ผิดปกติ อาจส่งผลไปถึงระบบอื่นๆของร่างกาย เช่น ระบบการย่อยอาหาร เป็นต้น ดังนั้น จึงไม่ควรปล่อยปละละเลย และทำให้ปัญหานี้กลายเป็นปัญหาที่เรื้อรังสำหรับชีวิตคุณ

การจัดฟัน (Orthodontics) เป็นวิธีการหนึ่ง ที่สามารถช่วยให้คุณจัดระเบียบฟันให้สวยงาม และสามารถจัดระบบชีวิตของคุณให้มีคุณภาพที่ดีขึ้นได้อีกด้วย


 

การจัดฟัน คืออะไร?

การจัดฟัน คือ หนึ่งในการรักษาทางทันตกรรม ที่นำอุปกรณ์หรือเครื่องไม้เครื่องมือทางการแพทย์ มาช่วยในการจัดเรียงรูปฟันและขากรรไกรที่เรียงตัวผิดปกติ โดยทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จะเป็นผู้วางแผนการรักษา เพื่อเคลื่อนฟันไปในทิศทางที่ถูกต้องและเหมาะสม โดยใช้แรงในทางฟิสิกส์เข้าช่วย การจัดฟันจะต้องมีการวางแผนและอาจใช้ระยะเวลาระยะหนึ่งในการรักษา แต่ผลลัพท์ที่ได้นั้นจะเปลี่ยนแปลงคุณภาพชีวิตของคุณไปในทุกด้านอย่างแน่นอน
สัญญาณเตือนภัยในการจัดฟัน- การรักษาโดยการจัดฟันนั้นเหมาะกับคุณหรือไม่?

คุณควรรักษาโดยการจัดฟันหรือไม่? คำถามนี้ควรตอบโดยทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เนื่องจากทันตแพทย์จะช่วยคุณในการวิเคราะห์ปัญหาจากประวัติการรักษา อาการผิดปกติที่เกิดขึ้นและมีการวิเคราะห์โดยการใช้เครื่องเอกซเรย์ ซึ่งจะทำให้เห็นต้นตอของปัญหาที่แท้จริง สามารถนำเสนอทางเลือกในการรักษาที่ถูกต้อง และเกิดประสิทธิผลมากที่สุดอีกด้วย

แต่อย่างไรก็ตาม เราสามารถแยกแยะและอภิปรายปัญหา หรืออาการที่ผิดปกติ ซึ่งสามารถรักษาได้โดยการจัดฟัน ดังต่อไปนี้

  1. ปัญหาการสบฟันที่ผิดปกติ(Malocclusions):
     
    โดยปกติแล้ว การสบฟันที่ดี คือการที่ฟันเรียงตัวกันอย่างถูกต้อง เหมาะสม ฟันล่างและฟันบนจะต้องสบเข้าคู่กัน เรียงตัวกันชิดไม่มีช่องว่าง ฟันหน้าบนสามารถยื่นครอบลงมากับฟันหน้าล่าง โดยสมมาตรไม่เกิน 1 มิลลิเมตร
    ดังนั้น การสบฟันผิดปกติหมายถึงอาการผิดปกติที่ฟันบน หรือฟันล่าง ยื่นออกมาเกินขอบเขตที่ควรจะเป็น(เช่น อาการฟันยื่น (Protruding Teeth), ฟันสบคร่อม ฟันล่างคร่อมฟันบน (Cross Bite), ฟันสบลึก (Deep Bite) เป็นต้น) อาการเหล่านี้จะทำให้เกิดเป็นรูปแบบของฟันคร่อมกันอย่างผิดรูปแบบ ผิดธรรมชาติ

    การสบฟันที่ผิดปกตินั้น นอกจากจะทำให้ภาพลักษณ์ภายนอกดูไม่สวยงาม ไม่มั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวันแล้ว ทางกายภาพ ยังทำให้เกิดปัญหาในการบดเคี้ยวอาหาร และส่งผลไปสู่ระบบการย่อยอาหารอีกด้วย ดังนั้น การสบฟันที่ผิดปกติเป็นอาการที่ไม่ควรละเลยอย่างยิ่ง หากไม่รีบแก้ไข อาจต้องใช้เวลาในการรักษาที่ยาวนานยิ่งขึ้นและมีความยากในการรักษา

  2. ปัญหาฟันซ้อน (Crowding):
     
    ปัญหาฟันซ้อน เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากการที่ฟันเรียงตัวกันไม่เป็นระเบียบ หรืออาจมีจำนวนฟันเพิ่มมากกว่าปกติ ปัญหานี้จะทำให้เกิดความยากในการดูแลทำความสะอาด ก่อให้เกิดเป็นแหล่งสะสมของเศษอาหาร และสร้างปัญหาอื่นๆตามมา เช่น อาการเหงือกอักเสบ ฟันผุ เป็นต้น นอกจากนี้ ฟันซ้อนยังทำให้เป็นจุดนำสายตาของผู้พบเห็น ทำให้ไม่มั่นใจในการพูดคุยหรือการยิ้ม จึงควรได้รับการแก้ไขและรักษาอย่างถูกต้องจากผู้เชี่ยวชาญ

  3. ปัญหาฟันห่าง (Spacing):
     
    ปัญหาฟันห่าง คือ การที่ฟันเรียงตัวกันผิดปกติ โดยปกติแล้วฟันแต่ละซี่จะต้องอยู่พิงและชิดกันกับฟันซี่ข้างๆ แต่เมื่อเกิดปัญหาช่องว่างระหว่างฟันขึ้นนั้น นอกจากจะทำให้ฟันดูไม่สวยงาม เรียงตัวกันไม่เป็นระเบียบแล้ว ยังสามารถทำให้เกิดปัญหาในการรักษาความสะอาด เนื่องจากช่องว่างในบริเวณดังกล่าว จะถูกเติมเต็มไปด้วยเศษอาหารที่ยากต่อการขจัดออก มีความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดปัญหาเหงือกอักเสบ หรือฟันผุได้อย่างมาก นอกจากนี้ ปัญหาฟันห่าง ยังเป็นอุปสรรคอย่างยิ่งในการพูด เพราะจะทำให้พูดได้ไม่ชัดเจน สร้างความรำคาญเพราะอาจเกิดน้ำลายกระเด็นระหว่างการพูดได้อีกด้วย

  4. ปัญหาฟันขึ้นไม่ครบ หรือการสูญเสียฟันแท้จากอุบัติเหตุ(Missing Teeth):
     
    ปัญหาฟันแท้ขึ้นไม่ครบนั้น อาจเกิดขึ้นได้ในเด็กที่มีฟันแท้ แต่อาจมีไม่ครบ โดยฟันที่หายไปอาจถูกฝังอยู่ในบริเวณขากรรไกร ในกรณีนี้ ทันตแพทย์จะใช้การจัดฟันในการดึงฟันแท้ขึ้นมา เพื่อจะได้ไม่เกิดปัญหาขึ้นในอนาคต เช่น ปัญหาฟันหลอ ซึ่งจะต้องใช้การใส่ฟันปลอมหรือรากเทียมในการช่วยเหลือ หรือในกรณีของผู้ที่ประสบอุบัติเหตุจนสูญเสียฟันแท้ไป ก็สามารถใช้วิธีการจัดฟันในการช่วยเหลือรักษาได้ อย่างไรก็ตาม การพิจารณาวิธีการรักษาควรอยู่ในดุลยพินิจของทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

  5. ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของข้อต่อขากรรไกร (TMJ:Temporomandibular Joint Disorder):
     
    ความผิดปกติในการสบฟัน ในหลายครั้งอาจมีสาเหตุที่เกี่ยวข้องร่วมมาจากความผิดปกของข้อต่อขากรรไกร สังเกตได้จากภาวะร่วมเช่นรูปหน้าที่เบี้ยว ไม่สมส่วน หรือลักษณะที่มีคางยื่นออกมาผิดปกติ เป็นต้น โดยอาการที่เกิดขึ้นจากข้อต่อขากรรไกรผิดปกตินี้ ก่อให้เกิดปัญหาหลายประการ เช่น อาจเกิดภาวะขากรรไกรค้าง คือ ไม่สามารถอ้าปาก หรือหุบปากได้ในระยะเวลาหนึ่ง หรือมีการปวดบริเวณขากรรไกรอย่างรุนแรง มีปัญหาในการบดเคี้ยวอาหาร เป็นต้น

การรักษาโดยการจัดฟันอาจช่วยได้ในบางกรณีที่ไม่ร้ายแรงมากนัก หากแต่บางกรณีอาจต้องใช้การผ่าตัดข้อต่อขากรรไกรในการรักษาควบคู่ไปด้วย ในกรณีนี้ ผู้เข้ารับการรักษาควรปรึกษาทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง เพื่อวิเคราะห์และวางแผนการรักษาอย่างถูกต้องและเหมาะสมต่อไป


 

การจัดฟัน ทำให้สวยได้โดยไม่ต้องศัลยกรรมจริงหรือ?

คำถามนี้อาจเป็นคำถามที่ได้ยินบ่อยครั้ง เนื่องจากหลายคนมีความเชื่อที่ว่า การจัดฟันจะทำให้รูปหน้าเกิดความสวยงาม มีความเรียวกระชับและแลดูเล็กลง บางความเชื่อยังระบุว่า การจัดฟันจะช่วยให้ดั้งจมูกโด่งขึ้น โดยไม่ต้องไปเจ็บตัวผ่าตัดทำศัลยกรรมใดๆ ความเชื่อนี้ จริงหรือไม่?

แท้ที่จริงแล้ว วัตถุประสงค์ของการรักษาโดยการจัดฟันนั้น สามารถช่วยให้ฟันเกิดการเรียงตัวกันอย่างเหมาะสมถูกต้อง ทำให้เกิดบุคลิกที่สวยงาม เหมาะสม ดูดีเป็นธรรมชาติ จากการยิ้มและการพูดคุย แต่ผลพลอยได้จากการจัดฟัน ก็เกิดขึ้นได้ในบางกรณี ขึ้นอยู่กับสาเหตุและต้นตอของปัญหาเสียมากกว่า

ยกตัวอย่างเช่น การรักษาโดยการจัดฟัน สำหรับผู้ที่ปัญหาฟันยื่นมากๆ จนทำให้บริเวณคางและริมฝีปากของผู้ป่วยมีความอูมหรือนูนผิดปกติ เมื่อรับการรักษาโดยการจัดฟัน และใช้การถอนฟันควบคู่ไปด้วยแล้ว ก็จะทำให้บริเวณคางและริมฝีปาก ดูแบนลงไป ทำให้ใบหน้าและรูปคางมีความเรียว กระชับ ดูสมส่วนมากยิ่งขึ้นได้ เมื่อรูปหน้าเข้าที่ จมูกที่เดิมถูกกดทับจากรูปหน้าที่ผิดปกติ ก็จะดูเหมือนโด่งขึ้น ทั้งที่จริงๆแล้วก็มีความโด่งเท่าเดิม

หรือในกรณีของเด็กเล็กที่ได้รับการรักษาโดยการจัดฟัน เครื่องมือหรืออุปกรณ์อาจไปช่วยกระตุ้นการเจริญเติมโตของขากรรไกร ซึ่งทำให้เด็กซึ่งเดิมมีคางที่เล็กและสั้น มีคางที่ดูเด่นมากขึ้น และส่งผลให้ใบหน้าดูเรียวกระชับมากยิ่งขึ้น เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม การรักษาโดยการจัดฟันนั้น ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม จะทำให้ผู้ที่ได้เข้ารับการรักษาดูดียิ่งขึ้น เสริมสร้างบุคลิกภาพและความมั่นใจให้เกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน


 

การจัดฟัน มีกี่ประเภท?

ประเภทของการจัดฟันอาจแบ่งได้ด้วยหลากหลายปัจจัย แต่โดยมากจะแบ่งตามประเภทของเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ใช้ในการรักษา โดยสามารถระบุได้ดังต่อไปนี้

  1. การจัดฟันโดยเครื่องมือที่เป็นโลหะ หรือการใช้ลวดเหล็ก:
     
    การจัดฟันโดยเครื่องมือที่เป็นโลหะ หรือการใช้ลวดเหล็กนั้น จะพบเห็นได้บ่อย เนื่องจากเป็นวิธีเบสิคมาตรฐานในการรักษาและใช้กันมาอย่างยาวนาน ในปัจจุบันอุปกรณ์จัดฟันจะมีขนาดเล็กกะทัดรัดลงมากว่าแต่ก่อนอย่างมาก ทำให้ผู้รักษาเกิดความรู้สึกใส่สบาย รู้สึกคุ้นชินได้ง่าย นอกจากนี้ ยังสามารถแสดงความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผ่านสีสันของยางที่ติดบนเครื่องมือได้อีกด้วย

    การจัดฟันในรูปแบบนี้ ผู้เข้ารับการรักษาจะต้องมีการนัดหมายพบทันตแพทย์อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉลี่ยแล้วประมาณ 4-6 สัปดาห์ต่อครั้ง (แล้วแต่กรณี) เพื่อทำการเคลื่อนทิศทางของฟันไปตามแบบแผนที่ทันตแพทย์ได้วางเอาไว้ การรักษาแบบนี้จะมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างถูกกว่าแบบอื่น แต่อาจใช้ระยะเวลาในการรักษานานกว่าแบบอื่นเช่นกัน

  2. การจัดฟันโดยเครื่องมือที่เป็นเซรามิค:
     
    การจัดฟันโดยเครื่องมือที่เป็นเซรามิค มีความคล้ายคลึงกับการจัดฟันโดยใช้เครื่องมือที่เป็นโลหะ หากแต่ตัวอุปกรณ์ในบางส่วน จะมีความโปร่งแสงและมีความใสมากกว่า ตัวเซรามิคนั้นสามารถทำให้มีสีคล้ายคลึงกับฟันได้ ใช้สำหรับกรณีที่ผู้เข้ารับการรักษาไม่ต้องการให้เห็นตัวอุปกรณ์มากนัก นอกจากนั้น ทั้งระยะเวลาในการรักษา หรือขั้นตอนวิธีการ จะคล้ายคลึงกับการรักษาแบบแรกเกือบทั้งหมด แต่ค่าใช้จ่ายในการรักษาจะสูงกว่า

  3. การจัดฟันโดยเครื่องมือแบบดามอน:
     
    การจัดฟันแบบดามอน จะเป็นการใช้อุปกรณ์พิเศษโดยทำให้การจัดฟันไม่ต้องพึ่งพาการใช้ยางรัด สามารถใช้ลวดในการติดได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้นต่างจากแบบแรกและแบบที่สองที่ต้องใช้ยางรัดเป็นส่วนประกอบในการรักษา ด้วยเหตุนี้ ทำให้การจัดฟันแบบดามอน เกิดความเจ็บปวดในการเคลื่อนฟันน้อยกว่า มีความนุ่มนวลในการรักษา รวมถึงช่วยร่นระยะเวลาในการเคลื่อนฟันได้เร็วกว่าได้อีกด้วย
  4. การจัดฟันแบบใสโดยการใช้ Invisalign:
     
    การจัดฟันในรูปแบบนี้ ถือเป็นที่นิยมอย่างมากในยุคสมัยปัจจุบัน เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีล่าสุดที่ลดข้อจำกัดหรืออุปสรรคในการใช้ชีวิตของผู้เข้ารับการรักษาได้มากที่สุดเมื่อเทียบเคียงกับวิธีอื่นๆ การจัดฟันแบบ Invisalign นั้น ไม่จำเป็นจะต้องติดเครื่องไม้เครื่องมือใดๆกับฟันให้เห็นอย่างเด่นชัด แต่จะเป็นเพียงอุปกรณ์ที่มีความบาง ใส สามารถใส่หรือถอดได้ด้วยตนเอง เช่น ในเวลาที่ทำความสะอาดหรือแปรงฟัน หรือในตอนที่ต้องการบดเคี้ยวอาหาร ก็สามารถถอดออกมาได้ชั่วคราว ทำให้ใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบาย และได้รักษาฟันให้เกิดความสวยงาม เป็นระเบียบไปพร้อมๆกัน

    แม้ว่าการจัดฟันในรูปแบบนี้ จะมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง เมื่อเปรียบเทียบกับแบบอื่น แต่ผลลัพท์ที่ได้จากการรักษา และความสะดวกสบาย ความสวยงาม และภาพลักษณ์ที่ดูดี แม้ว่าจะอายุมากก็สามารถจัดฟันได้โดยไม่เขินอายกับการยิ้มแล้วเห็นตัวอุปกรณ์ ก็ถือเป็นการแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่า คุ้มราคา สำหรับผู้เข้ารับการรักษาอย่างยิ่ง

    ท่านสามารถเรียนรู้เพิ่มเติม เกี่ยวกับการจัดฟันใส อินวิสไลน์ ได้ที่นี่

ขั้นตอนวิธีการรักษา และข้อควรรู้สำหรับการรักษาโดยการจัดฟัน?

การเตรียมตัวก่อนการจัดฟัน สามารถทำได้โดยการเข้าไปปรึกษาทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อรับทราบข้อมูลและวางแผนการรักษาไปพร้อมๆกัน โดยทันตแพทย์จะอธิบายแนวทางในการรักษา ในบางกรณีอาจต้องมีการถอนฟัน หรือการรักษารูปแบบอื่นควบรวมไปด้วย รวมถึงคาดการณ์ระยะเวลาที่ต้องใช้ในการรักษา และค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้น

หลังจากนั้น ทันตแพทย์จะทำการเอ็กซเรย์ฟัน เพื่อดูโครงสร้าง การสบฟัน ข้อต่อขากรรไกร หรือต้นตอของปัญหาต่างๆ และทำการพิมพ์ฟัน เพื่อออกแบบเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่มีความพอดี เหมาะสม เฉพาะตัวสำหรับผู้เข้ารับการรักษา

ก่อนทำการติดตัวอุปกรณ์ ทันตแพทย์จะทำการเคลียร์ช่องปาก และทำความสะอาด โดยการขูดหินปูน หรือในบางเคสที่จำเป็นจะต้องถอนฟัน หรืออุดฟันก่อน ทันตแพทย์ก็จะพิจารณาเป็นเคสบายเคสไป เมื่อทำการติดตัวอุปกรณ์แล้ว ทันแพทย์จะทำการแนะนำวิธีการใช้งาน ข้อควรรู้สำหรับประเภทของการจัดฟันในแต่ละรูปแบบ ว่าจะต้องมีการดูแลรักษาอย่างไรและทำการนัดหมายเพื่อปรับตัวอุปกรณ์ หรือตรวจสอบความเรียบร้อยของการรักษา

ระหว่างการรักษาโดยการจัดฟันนั้น สิ่งที่ห้ามหลงลืมคือการรักษาความสะอาดของฟันและเหงือก โดยเฉพาะการจัดฟันที่ใส่เครื่องมือแบบติดแน่นถาวร ไม่สามารถถอดได้ด้วยตนเอง จะต้องทำความสะอาดบริเวณซอกฟันและช่องว่างระหว่างฟันกับตัวอุปกรณ์อย่างละเอียด โดยสามารถใช้ลวดขัดฟัน หรือแปรงสีฟันสำหรับคนจัดฟันโดยเฉพาะ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเหงือกอักเสบ ฟันผุ หรือปัญหาอื่นๆ ที่เรื้อรังตามมา รวมถึงการขูดหินปูน ก็เป็นขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยรักษาความสะอาดระหว่างการจัดฟันได้อีกด้วย

การรักษาโดยการจัดฟันนั้น เมื่อดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผู้เข้ารับการรักษาจะต้องใส่รีเทนเนอร์ เพื่อคงรูปและสภาพของฟันไว้ให้เป็นดังเดิมหลังจากการรักษา การละเลยการใส่รีเทนเนอร์ อาจทำให้ปัญหาเกิดขึ้นในอนาคต และอาจต้องใช้การรักษาโดยการจัดฟันอีกครั้ง หากฟันไม่เข้าที่หรือมีการเคลื่อนตัวที่ไม่เหมาะสมโดยมีสาเหตุการไม่ใส่รีเทนเนอร์


 

ทำไมต้องทันตกรรมทันตกิจ?

ศูนย์ทันตกรรมทันตกิจนั้น ได้รับใช้ดูแลผู้ที่มีปัญหาที่เกี่ยวข้องกับทันตกรรมมาอย่างยาวนานถึง 75 ปี ซึ่งถือว่าเป็นคลินิกทางทันตกรรมที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย โดยมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านในด้านต่างๆ โดยเฉพาะในด้านการจัดฟันทุกรูปแบบ หรือหากท่านมีปัญหาที่ควบรวมกับสาเหตุอื่น ก็สามารถปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางได้โดยไร้ปัญหา เรียกได้ว่า รักษาที่ทันตกรรมทันตกิจเพียงที่เดียว ก็สามารถดูแลรักษาฟันของท่านได้ครบในทุกสาเหตุและปัญหามีการติดตามผลจนกว่าการรักษาจะประสบความสำเร็จ และเป็นที่พึงพอใจสำหรับผู้เข้ารับการรักษาและทันตแพทย์

นอกจากนี้ ศูนย์ทันตกรรมทันตกิจ ยังใช้เทคโนโลยีในการรักษาในรูปแบบใหม่ที่ทันสมัย เป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยเฉพาะการรักษาโดยการจัดฟันใสแบบ Invisalignที่มีชื่อเสียงและได้รับรางวัลการันตีคุณภาพจากประเทศสหรัฐอเมริกาอีกด้วย

ดังนั้น หากท่านมีข้อกังวลใจ หรือมีข้อสงสัยในการจัดฟัน หรือปัญหาด้านอื่นๆที่เกี่ยวข้อง สามารถขอรับคำปรึกษา หรือพบทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ศูนย์ทันตกรรมทันตกิจ

อย่าปล่อยให้ปัญหาเหล่านั้นรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันมาช่วยกันเพิ่มคุณภาพในการใช้ชีวิต ด้วยความมั่นใจ และบุคลิกภาพที่ดี กับทันตกรรมทันตกิจกันนะคะ
ท่านสามารถเรียนรู้เพิ่มเติม เกี่ยวกับการจัดฟันแบบดามอน ได้ที่นี่
ท่านสามารถเรียนรู้เพิ่มเติม เกี่ยวกับการจัดฟันแบบแบบโลหะและแบบเซรามิก ได้ที่นี่

อ้างอิง:

Leave a Comment

Name*

Email* (never published)

Website