ฟันขาวใส มั่นใจในบุคลิก กับ การฟอกสีฟันด้วยระบบ ZOOM

ฟันขาวใส มั่นใจในบุคลิก กับ การฟอกสีฟันด้วยระบบ ZOOM

เคล็ดลับฟันขาวใส มั่นใจในบุคลิก กับการฟอกสีฟันด้วยระบบ ZOOM! 

          ฟันขาว ถือเป็นหนึ่งในคุณสมบัติสำคัญที่จะทำให้ฟันของคุณดูสวย สดใส สะอาด และเสริมสร้างความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน หากแต่การทำให้ฟันของเราขาวใสได้ดังใจหวังนั้น ไม่อาจทำได้เพียงแค่การดูแลทั่วไป แต่จะต้องพึ่งพาเทคโนโลยีทางการแพทย์ในยุคสมัยใหม่เข้าช่วยในการแก้ไขปัญหา และรักษาให้ฟันของเราขาวอยู่สม่ำเสมอ

          วันนี้ เราจะมาไขข้อข้องใจ เกี่ยวกับประเภทและวิธีการในการฟอกฟันขาว ว่าแต่ละประเภทนั้น มีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันอย่างไร เพื่อให้คุณสามารถนำข้อมูลเหล่านี้ ไปใช้ในการประกอบการตัดสินใจก่อนการวางแผนการรักษากับทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

สาเหตุและที่มาของสีฟันที่ไม่พึงประสงค์:

          โดยทั่วไปนั้น สามารถแบ่งได้เป็น 2 สาเหตุหลัก ที่ทำให้เนื้อฟันของเรามีสีที่ไม่ขาว โดยสีฟันอาจมีความเหลืองหรือสีน้ำตาล ซึ่งสามารถอธิบายได้ดังต่อไปนี้

          1.ปัจจัยภายนอก: ปัจจัยภายนอก คือ ปัจจัยที่มาจากการใช้ชีวิตประจำวันอันได้แก่ การรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มบางประเภท ที่ก่อให้เกิดคราบสีน้ำตาล เช่น การดื่มชา กาแฟ น้ำอัดลมเป็นประจำ การทานยาบางประเภทที่มีส่วนผสมของเตตร้าไซคลิน หรือการสูบบุหรี่ เป็นต้น ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้เป็นสิ่งที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เพื่อไม่ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสีฟัน

          2.ปัจจัยภายใน: นอกจากปัจจัยที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ข้างต้นแล้ว ปัจจัยบางประเภทก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งถือเป็นปัจจัยภายในร่างกาย เช่น การมีเนื้อฟันสีเหลืองซึ่งมาจากพันธุกรรม ชาติพันธุ์ หรือแม้กระทั่งอาการเจ็บป่วยบางประเภท ก็สามารถส่งผลให้ฟันเปลี่ยนสีได้อีกด้วย

          ดังนั้น ปัจจัยที่ทำให้ฟันไม่ขาวนั้น จึงมีทั้งที่หลีกเลี่ยงได้และหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราจึงควรหาวิธีการในการจัดการฟันให้เหมาะสม เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจ และทำให้บุคลิกภาพของเรามีความเหมาะสม น่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น

เสริมสร้างฟันขาวได้ง่ายๆด้วยตัวคุณเอง:

          การทำให้ฟันขาวใส ดูสวยงามได้ตลอดเวลา ถือเป็นเรื่องที่ยาก เนื่องจากมีปัจจัยหลายๆอย่างที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสีฟัน แต่เราสามารถเรียนรู้กลเม็ดเคล็ดลับที่จะช่วยให้ฟันของเราขาวได้ยาวนานยิ่งขึ้น ด้วยวิธีดังต่อไปนี้…

          1.เน้นการรับประทานผักผลไม้ที่มีเนื้อแข็ง: เช่น การรับประทานแอปเปิล แครอท เนื่องจากผลไม้เหล่านี้ จะมีเนื้อสัมผัสที่ค่อนข้างแข็ง และเชื่อกันว่า มีสารขัดฟันอยู่ในตัวผลไม้ ทำให้เวลารับประทาน เนื้อผลไม้จะช่วยขัดและขจัดคราบเหลืองบนเนื้อฟันของเราไปได้ในครั้งเดียว

          หากแต่การทำให้ฟันขาวด้วยวิธีนี้ อาจได้ผลเพียงชั่วครู่ และอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บที่เหงือกและฟัน หากเกิดการบดเคี้ยวที่ไม่ระมัดระวัง รวมถึงต้องใช้เวลานานอย่างยิ่ง กว่าที่จะเห็นผล

          2.การขูดหินปูนเป็นประจำ: การขูดหินปูนจะช่วยได้ในกรณีที่คราบบนเนื้อฟัน มีสาเหตุมาจากหินปูนเกาะอยู่ หากแต่การขูดหินปูนเพียงอย่างเดียว อาจไม่ตอบโจทย์ในกรณีที่คุณต้องการแก้ไขเรื่องสีของฟัน

          3.หลีกเลี่ยงปัจจัยที่ก่อให้เกิดฟันเหลือง: เช่น การลดการบริโภคเครื่องดื่มอย่าง ชา กาแฟ น้ำอัดลม และงดการสูบบุหรี่ เป็นต้น

          4.การใช้ผลิตภัณฑ์ฟอกสีฟัน: ในปัจจุบัน คุณอาจพบเห็นผลิตภัณฑ์มากมายทั้งที่ขายในห้างสรรพสินค้า หรือตามเว็บไซด์ออนไลน์ ที่โฆษณาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ฟอกสีฟัน ซึ่งสามารถทำเองได้ที่บ้านด้วยตัวคุณเอง โดยกล่าวอ้างว่าสามารถทำให้ฟันขาวได้เพียงข้ามคืน หากคุณสนใจในผลิตภัณฑ์เหล่านี้ คุณจะต้องศึกษาและตรวจสอบสลากที่ไปที่มาให้ถูกต้อง ชัดเจน เนื่องจากบางยี่ห้ออาจไม่ได้มาตรฐานในการผลิต หรือมีอัตราส่วนผสมที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดโทษต่างๆตามมามากกว่าจะได้ประโยชน์

          หากคุณคิดว่า 4 ข้อข้างบนเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก ใช้เวลานานกว่าจะเห็นผล หรือมีความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดปัญหาอื่นตามมา เราลองมาดูวิธีการเปลี่ยนฟันของคุณให้ขาว ใส สวยได้เหมือนฟันในอุดมคติ ด้วยวิธีการที่แสนง่ายดาย มีความปลอดภัย และเห็นผลได้ในระยะเวลาอันรวดเร็วกันดีกว่าค่ะ

 

ระบบ ZOOM! จาก Philips (Zoom-Teeth Whitening):

เข้ารับการปรึกษากับทัตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการฟอกสีฟัน ที่ทันตกิจ

          เทคนิคการฟอกฟันด้วยระบบ Zoom นั้น ถือเป็นเทคโนโลยีแบบใหม่จาก Phillips ที่ใช้ในการฟอกสีฟันอย่างมีประสิทธิภาพ มีความปลอดภัยอย่างสูง และใช้ระยะเวลาในการทำสั้นมาก โดยการฟอกฟันในระบบนี้ จะใช้แสงเลเซอร์ (LED) ควบคู่กับเจลในการแทรกซึมเข้าไปเพื่อตัดการยึดติดกันระหว่างคราบสีอันไม่พึงประสงค์และเนื้อฟันแท้ๆของเรา ทำให้คุณสามารถเห็นผลได้อย่างรวดเร็วทันใจอย่างแน่นอน

ข้อดีของการฟอกสีฟันแบบ Zoom:

          1.ใช้ระยะเวลาในการทำสั้น: ระยะเวลาในการทำเพียง 45-60 นาที (โดยใช้เวลาเซ็ทละ 15 นาที ประมาณ 3-4 เซ็ท)

          2.ไร้กังวลเรื่องอาการเสียวฟัน: สิ่งที่หลายคนกังวลอย่างยิ่ง ก่อนจะตัดสินใจทำการฟอกฟัน คือ อาการเสียวฟันที่อาจตามมาได้ในภายหลัง แต่การฟอกฟันแบบ Zoom ถือเป็นเทคโนโลยีที่ถูกคิดค้นและพัฒนามาเพื่ออุดข้อเสียดังกล่าว ดังนั้น หากเทียบกับการฟอกฟันประเภทอื่น การฟอกฟันด้วยระบบ Zoom จะก่อให้เกิดอาการเสียวฟันได้         3.คงความขาวได้อย่างยาวนาน: หากคุณสามารถดูแลฟันของคุณได้อย่างเหมาะสม หลังจากการฟอกสีฟันด้วยระบบ Zoom นั้น คุณจะสามารถมีฟันที่ขาวสวยได้ไปถึง 1-2 ปีเลยทีเดียว ดังนั้น จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ไม่ต้องเสียเวลา หรือเสียเงินบ่อยครั้งในการทำ

          4.สะดวก สบาย ไร้กังวล: เนื่องจากไม่จำเป็นจะต้องใส่ถาดฟอกสีฟันในเวลาอื่นๆ เพียงแค่ให้ทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของคุณเป็นผู้ดูแล รักษาทั้งหมด เพียงแค่คุณทำตามที่ทันตแพทย์แนะนำ และเข้าพบตามนัดหมาย เพื่อทำให้สีฟันที่ขาว ใส ของคุณอยู่ได้อย่างยาวนาน

ใครที่ไม่เหมาะสมกับการฟอกสีฟันระบบ Zoom?

แม้ว่าการฟอกฟันแบบ Zoom นั้นจะมีคุณประโยชน์มากมาย แต่ในทางกลับกัน การรักษาแบบดังกล่าวก็ไม่เหมาะสมสำหรับกลุ่มคนที่มีเงื่อนไขทางทันกรรมในบางประเภท ดังต่อไปนี้

        1.ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคทางเหงือก/ฟันผุ: ผู้ที่มีปัญหาดังกล่าวจะต้องรักษาให้หายก่อนที่จะทำการฟอกฟัน

          2.สตรีมีครรภ์หรือสตรีที่กำลังให้นมบุตร: แม้ว่ายังไม่มีการรายงานสาเหตุที่แน่ชัด แต่เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ควรให้พ้นระยะของการให้นมบุตรไปก่อน

3.ผู้ที่มีฟันสีเทาหรือตกกละ: ฟันที่มีสีเทาหรือตกกละ โดยมากมักเกิดจากการรับประทานยาในหมวดของเตตร้าไซคลีน (ยาปฏิชีวนะ) ซึ่งการฟอกฟันด้วยเลเซอร์แบบ Zoom นี้ อาจไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

4.ผู้ที่มีเครื่องมือ/อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการบูรณะฟัน: เช่น ผู้ที่เคยทำการรักษาด้วยการครอบฟัน สะพานฟัน หรือเคลือบผิวฟัน การฟอกสีฟันจะไม่สามารถเปลี่ยนสีของอุปกรณ์ดังกล่าวได้ เนื่องจากอุปกรณ์มักทำมาจากเรซิน หรือเซรามิค ดังนั้น หากคุณต้องการทำให้อุปกรณ์เหล่านั้นขาวขึ้น คุณอาจต้องปรึกษาทันตแพทย์เพื่อทำการเปลี่ยนตัวอุปกรณ์ใหม่

5.ผู้ที่มีอาการเสียวฟันง่าย: อาการเสียวฟัน อาจมาจากปัญหาที่เกี่ยวข้องกับฟันและเหงือก ดังนั้น คุณควรแจ้งกับทันตแพทย์ และหาสาเหตุร่วมกัน เพื่อทำการรักษาให้หายก่อนจะเริ่มต้นการฟอกฟัน

6.ผู้ที่มีประวัติแพ้สารเพอร์ออกไซด์: เนื่องจากสารเพอร์ออกไซด์ เป็นส่วนประกอบหนึ่งของสารฟอกฟัน จึงควรตรวจสอบและหลีกเลี่ยงการฟอกฟัน หากคุณแพ้สารดังกล่าว เนื่องจากอาจเกิดอาการที่ไม่พึงประสงค์ตามมา

ขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนการฟอกฟันด้วยระบบ Zoom:

ขั้นตอนการเตรียมตัว ก่อนการฟอกฟันด้วยระบบ Zoom นั้น สามารถทำได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากทุกขั้นตอนจะต้องเป็นการรักษาโดยทันตแพทย์ที่คลินิกทางทันตกรรม ก่อนเริ่มต้นการรักษา ทันตแพทย์จะทำการตรวจสอบสภาพของฟันทั้งหมด เพื่อให้มั่นใจว่า ฟันเหล่านั้นไม่มีปัญหาใดใด เช่น ฟันผุ เหงือกอักเสบ เหงือกร่น หากตรวจพบจะต้องทำการรักษาอาการเหล่านั้นให้หายดีเสียก่อน เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจตามมาจากการฟอกฟัน นอกจากนั้น ทันตแพทย์อาจพิจารณาการขูดหินปูน เพื่อให้สภาพผิวของฟันพร้อมสำหรับการรับน้ำยาฟอก เพราะจะทำให้เกิดประสิทธิภาพที่ดีที่สุดนั่นเอง

ขั้นตอนการฟอกฟันด้วยระบบ Zoom:

          หลังจากการเตรียมสภาพฟันเพื่อให้พร้อมต่อการฟอกฟันแล้ว ทันตแพทย์จะเริ่มการฟอกฟันด้วยระบบ Zoom โดยใช้ระยะเวลาเฉลี่ยประมาณ 1 ชั่วโมงในการรักษา ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

1.ทันตแพทย์จะดำเนินการป้องกันในบริเวณส่วนอื่นๆที่ไม่ใช่ฟัน ให้กับผู้เข้ารับการรักษา เช่น การทาเจลที่เหงือก การใส่อุปกรณ์ป้องกันที่บริเวณเนื้อเยื้อบริเวณ เพดานปาก กระพุ้งแก้ม ลิ้น ริมฝีปาก เนื่องจากน้ำยาที่ใช้ในการฟอกฟันด้วยระบบ Zoom นั้น จะมีความเข้มข้นและออกฤทธิ์ได้มากกว่าน้ำยาฟอกฟันทั่วไป จึงควรใช้สำหรับบริเวณเนื้อฟันเท่านั้น เมื่อดำเนินการขั้นตอนนี้เสร็จ ทันตแพทย์จะทำการเป่าฟันให้พื้นผิวมีความแห้ง เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการลงน้ำยาฟอกสี

2.ขั้นตอนต่อมา ทันตแพทย์จะทำการลงน้ำยาฟอกสีให้ทั่วในบริเวณพื้นผิวของฟัน โดยเกลี่ยให้เท่ากันอย่างเหมาะสม ทั่วถึงทุกซี่ แล้วจึงฉายแสง Zoom ลงบนพื้นผิวของฟัน ในขั้นตอนนี้ ทันตแพทย์จะต้องคอยควบคุมให้ระดับความร้อนและความเข้มของแสง ไม่ให้น้อยหรือมากเกินไป ซึ่งต้องใช้ความชำนาญและประสบการณ์เพื่อทำให้เกิดผลลัพท์ที่ดีที่สุด

  1. 3.โดยทั่วไปแล้ว การฟอกฟันด้วย Zoom แต่ละครั้ง จะมีการลงน้ำยาและฉายแสงซ้ำกันประมาณ 2-4 รอบแล้วแต่การพิจารณาของทันตแพทย์ในแต่ละกรณี โดยเฉลี่ยแล้วจะใช้เวลารอบละประมาณ 15 นาที เมื่อทำครบทุกรอบตามที่วางแผนไว้แล้ว ทันตแพทย์จะทำการดูดน้ำยาที่ยังค้างอยู่บนผิวฟันออก นำเจลเคลือบที่ป้องกันบริเวณเหงือกออก รวมถึงอุปกรณ์ต่างๆที่ใส่ไว้เพื่อป้องกันในตอนแรกออกด้วย นี่ถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายในการฟอกฟันโดยการใช้ระบบ Zoomโดยทั่วไปแล้ว หลังการฟอกฟัน จะพบว่าฟันของผู้เข้ารับการรักษานั้นจะขาวขึ้นประมาณ 3 เฉดสี อย่างไรก็ตาม คุณสามารถวางแผนหรือปรึกษาทันตแพทย์เกี่ยวกับเฉดสีที่ต้องการ ในขั้นตอนการวางแผนการรักษาขั้นต้นขั้นตอนการดูแลรักษาหลังจากการเข้ารับการฟอกฟันด้วยระบบ Zoom:          แม้ว่าการฟอกฟันด้วยระบบ Zoom จะทำให้คุณมีฟันขาวใส สวยได้ในระยะเวลาอันสั้น แต่การดูแลรักษาหลังการฟอกฟันก็ถือเป็นขั้นตอนสำคัญ ที่จะทำให้ผลลัพท์ดีๆเหล่านั้นอยู่กับคุณไปได้ในระยะเวลาที่ยาวนานยิ่งขึ้น โดยวิธีการดูแลรักษาและข้อควรปฏิบัติหลังการฟอกฟัน สามารถทำได้ดังต่อไปนี้          1.รักษาความสะอาด: สามารถทำได้โดยการแปรงฟันหลังอาหารให้สะอาด ใช้ไหมขัดฟันและน้ำยาบ้วนปากร่วมด้วย และมีการเข้าพบทันตแพทย์ตามนัดหมายทุกครั้งเพื่อเช็กผลการรักษา

              2.หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มบางประเภท: เครื่องดื่มบางประเภทอาจก่อให้เกิดคราบสีที่ไม่เหมาะสมกับพื้นผิวของฟัน ซึ่งควรหลีกเลี่ยงอย่างยิ่งหลังจากการฟอกฟัน เช่น ชา กาแฟ โกโก้ หรือน้ำอัดลม อย่างไรก็ตาม หากคุณเลี่ยงไม่ได้ อาจสามารถแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าโดยการใช้หลอดดูด เพื่อเลี่ยงไม่ให้เครื่องดื่มผ่านพื้นผิวของฟัน

              3.หลีกเลี่ยงอาหารรสเปรี้ยว หรือร้อนจัด-เย็นจัด: เนื่องจากรสเปรี้ยว หรืออุณหภูมิที่ร้อนไปหรือเย็นไปจากอาหารอาจเพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้ผิวฟันของคุณ มีอาการเสียวฟันได้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในช่วงแรกหลังจากการฟอกฟัน จึงควรหลีกเลี่ยงอาหารดังกล่าวไปก่อน

    ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้หลังจากการฟอกฟันด้วยระบบ Zoom:

              แม้ว่าเมื่อเปรียบเทียบกับการฟอกฟันในวิธีอื่นๆ การฟอกฟันด้วยระบบ Zoom จะก่อให้เกิดอาการเสียวฟันได้น้อยกว่า (ส่วนมากอาจเกิดขึ้นได้เพียงแค่ 1 วันหลังจากการฟอกฟัน) แต่ก็สามารถเกิดขึ้นได้บ้างในบางกรณี ดังนั้น คุณสามารถบรรเทาอาการเสียวฟันได้ ด้วยการใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของโพแทสเซียมไนเตรต หรือรับประทานยาแก้ปวดอย่าง Ponstan ก็สามารถช่วยได้ แต่หากมีอาการเสียวฟันอย่างมากและต่อเนื่อง คุณควรเข้ารับการปรึกษากับทันตแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรักษาอย่างเร่งด่วน

    ทันตกรรมทันตกิจ-วางใจให้เราดูแลคุณ

              การฟอกฟันด้วยระบบ Zoom ถือเป็นการรักษาทางทันตกรรมที่ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามามีส่วนในการรักษา โดยต้องนอกจากเครื่องไม้เครื่องมือ และอุปกรณ์ที่เหมาะสมแล้ว ประสบการณ์และความชำนาญของบทันตแพทย์ถือเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้การฟอกฟันประสบผลสำเร็จตามที่คาดหวังไว้ในขั้นต้น ดังนั้น คุณจึงควรเลือกสรรคลินิกทางทันตกรรม เพื่อจะมั่นใจได้ว่า เวลาและค่าใช้จ่ายที่คุณเสียไป จะทำให้คุณได้ผลลัพท์ที่ดีที่สุดกลับคืนมา

     

              ศูนย์ทันตกรรมทันตกิจนั้น ได้รับใช้ดูแลผู้ที่มีปัญหาที่เกี่ยวข้องกับทันตกรรมมาอย่างยาวนานถึง 75 ปี ซึ่งถือว่าเป็นคลินิกทางทันตกรรมที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย โดยมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านในด้านต่างๆ ซึ่งทำให้คุณมั่นใจได้ว่า ทุกปัญหาทางทันตกรรมสามารถรักษาได้ในที่เดียว นอกจากนี้ ศูนย์ทันตกรรมทันตกิจ ยังใช้เทคโนโลยีในการรักษาในรูปแบบใหม่ที่ทันสมัย เป็นที่ยอมรับในระดับสากล การันตีด้วยรางวัลมากมาย มีการติดตามผลจนกว่าการรักษาจะประสบความสำเร็จ และเป็นที่พึงพอใจสำหรับผู้เข้ารับการรักษาและทันตแพทย์

              หากคุณยังลังเลหรือมีข้อสงสัย สามารถติดต่อสอบถามหรือเข้ามาขอรับคำปรึกษาเกี่ยวกับ การฟอกสีฟันด้วย ZOOM ที่ทันตกรรมทันตกิจได้ตลอดเวลาค่ะ อย่าปล่อยให้สีฟันที่หม่นหมองมาปิดกั้นความมั่นใจของคุณ ลองมาเปิดรับความสดใสในชีวิตด้วยฟันที่ขาวใส ไร้ที่ติกันเถอะค่ะ

     

Leave a Comment

Name*

Email* (never published)

Website