ส่วนลด 10% สำหรับทุกการรักษา

ทันตกรรมรากเทียม (Dental Implants)

ศูนย์ทันตกรรมทันตกิจ เป็นคลินิกทันตกรรมแห่งแรกของประเทศไทยที่ริเริ่มการรักษาทันตกรรมรากเทียมตั้งแต่ปี พ.ศ. 2516 โดยทันตแพทย์บัญชา ศิริไกร ท่านเป็นทันตแพทย์ไทยท่านแรกที่ได้เดินทางไปศึกษาทันตกรรมรากเทียมที่ Temple University เมืองฟิลาเดลเฟีย ประเทศสหรัฐอเมริกา และได้นำความรู้มาทำการรักษาเป็นท่านแรกในประทศไทย ต่อมาทันตแพทย์ธารา ศิริไกร บุตรชายคนโตได้สานต่องานทันตกรรมรากเทียมจากคุณพ่อ โดยทันตแพทย์ธาราได้จบการศึกษาเฉพาะทางด้านทันตกรรมรากเทียมจาก New York University ประเทศสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 และทำการรักษาทางด้านทันตกรรมรากเทียมที่ศูนย์ทันตกรรมทันตกิจตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน ศูนย์ทันกรรมทันตกิจมีทันตแพทย์เฉพาะทางด้านทันตกรรมรากเทียมอยู่หลายท่าน

ทันตกรรมรากเทียม (Dental Implant) คือวิธีการปลูกรากเทียมหรือรากฟันเทียมทดแทนรากฟันจริง เพื่อให้สามารถมีฟันจริงได้เหมือนเดิม เพื่อเป็นฐานให้แก่ฟันที่สร้างขึ้นมาใหม่ โดยจะฝังวัสดุที่มีรูปร่างคล้ายรากฟันลงบนกระดูกขากรรไกร เพื่อช่วยให้ฟันปลอมภายในช่องปากทั้งชนิดถอดได้และ ชนิดติดแน่นยึดเกาะได้ดี โดยอาจใช้รากเทียม เพื่อการใส่ฟันปลอม 1 ซี่หรือมากกว่านั้น ในบางกรณีการใส่ฟันปลอมทั้งปากก็อาจใช้ รากเทียมเพียงตัวเดียวได้เช่นกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ใช้ในการยึดเกาะของฟันปลอมแต่ละซี่

รากฟันเทียมประกอบไปด้วย 3 ส่วนที่สำคัญคือ

  1. รากเทียม (Implant Screw) ทำมาจากโลหะไทยทาเนียม มีลักษณะคล้ายรากฟันจริง รากเทียมนี้จะฝังอยู่บริเวณกระดูกขากรรไกร สามารถยึดติดได้แน่นโดยไม่ทำให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นอักเสบหรือเกิดผลข้างเคียงใดๆ
  2. เดือยรองรับครอบฟัน (Abutment) เมื่อฝังรากเทียมบนกระดูกขากรรไกรจะใช้เวลาประมาณ 3-6 เดือนเพื่อให้รากเทียมยึดติดกับกระดูกขากรรไกรได้ดี หลังจากนั้นจึงจะใส่เดือยรองรับครอบฟันลงบนรากเทียม เพื่อใช้เป็นที่สำหรับครอบฟันต่อไป
  3. ครอบฟัน (Crown) เป็นส่วนที่อยู่ด้านนอกของเหงือก ทำมาจากเซรามิค (porcelain) มีลักษณะและสีเหมือนฟันธรรมชาติ

รากเทียมทำงานได้อย่างไร

รากเทียมจะทำงานร่วมกับกระดูกขากรรไกรเมื่อทั้งสองอย่างประสานกันอย่างสนิทแล้ว และจะให้เกิดการรองรับฟัน โดยฟันปลอมหรือที่ยึดฟันปลอมที่ทำงานร่วมกับรากเทียม จะไม่เลื่อนหรือลื่นออกจากจุดที่ต้องการ ซึ่งจะมีประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะตอนที่พูดและรับประทาน การฝังรากเทียมนี้ ช่วยในการทำฟันปลอม การครอบฟัน และที่ยึดฟันปลอมบนรากเทียมจะให้ความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติมากกว่าฟันปลอมหรือการทำฟันปลอมแบบธรรมดา

สำหรับบางคน การทำฟันปลอมหรือที่ยึดฟันปลอมแบบธรรมดาไม่ได้ให้ความรู้สึกสบาย อาจมีบางจุด ที่ทำให้เจ็บ นูน หรือยื่นออกมา บางครั้งอาจมีความรู้สึกคลื่นไส้ ยิ่งไปกว่านั้นการที่ยึดฟันปลอมแบบธรรมดาต้องใช้ติดกับฟัน หรือช่องว่างของฟันที่เหลือจากฟันที่หายไป ประโยชน์ของการทำรากเทียมก็คือไม่ต้องกรอฟันเพื่อที่จะเตรียม แนบสะพานฟันให้ติดกับฟัน แต่เจาะลึกลงไปในฟันที่จะแทนที่เลย

การเตรียมตัวสำหรับการฝังราก ต้องมีสุขภาพเหงือกที่แข็งแรง และมีกระดูกมากเพียงพอที่จะรองรับรากฟัน และต้องยอมรับที่จะรักษาสุขภาพของเหงือก และกระดูกให้สมบูรณ์ การดูแลความสะอาดของช่องปากอย่าง ละเอียดถี่ถ้วน และไปพบทันตแพย์ตามระยะเวลาที่กำหนดจะทำให้การฝังรากฟันมีอายุการใช้งานได้นานยิ่งขึ้น

ข้อดีของทันตกรรมรากเทียม

  • เพิ่มความมั่นใจ และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
  • ฟันเทียมที่ดูเป็นธรรมชาติและใช้งานได้ใกล้เคียงกับฟันธรรมชาติมากที่สุด
  • ไม่ต้องกรอแต่งฟันข้างเคียง
  • สามารถบดเคี้ยวได้ดี
  • ไม่มีปัญหากับการออกเสียง เมื่อเทียบกับฟันเทียมชนิดอื่นๆ
  • ช่วยการใส่ฟันเทียมแบบถอดได้ความรู้สึกสบาย มีความแน่นกระชับมากยิ่งขึ้น
  • ป้องกันการสูญเสียฟันและกระดูกข้างเคียง
  • ให้ความสวยงาม เป็นธรรมชาติมากที่สุด
  • เสริมสร้างสุขภาพช่องปาก
  • คงทนและถาวร
  • เมื่อร่วมกับฟันเทียมแบบถอดได้ จะหมดปัญหาฟันเทียมขยับระหว่างพูดคุย หรือรับประทานอาหาร

ข้อเปรียบเทียบระหว่างการทำรากฟันเทียม ฟันปลอม และสะพานฟัน

ทันตกรรมรากเทียม การทำฟันปลอมถอดได้ การทำสะพานฟัน
ไม่สูญเสียเนื้อฟันธรรมชาติ มีการกรอฟันเล็กน้อย ต้องกรอฟันซี่ข้างเคียงเพื่อใส่สะพานฟัน
แข็งแรงกว่า มีอายุใช้งานที่ยาวนานกว่า ต้องได้รับการปรับเป็นประจำทุกๆ3-5ปี ต้องได้รับการเปลี่ยนหลังจากใช้งานประมาณ2-3ปี และต้องเสียค่าช้าจ่ายเพิ่ม
สามารถทดแทนฟันหลายซี่ได้ ออกเสียงไม่ชัดเจน และรับประทานอาหารไม่สะดวก อาจก่อให้เกิดฟันผุหรือปัญหาโรคเหงือกได้ หากดูแลทำความสะอาดไม่ดี
ไม่มีปัญหาฟันผุหรือโรคเหงือก ราคาถูก ไม่สามารถทดแทนฟันทุกซี่ได้
มีความแข็งแรงเทียบเท่าฟันธรรมชาติ อาจทำให้เกิดการเสื่อมของกระดูกรองรับฟัน ความแข็งแรงน้อยกว่ารากฟันเทียม
มีการผ่าตัดร่วม ต้องถอดเพื่อทำความสะอาด ไม่มีการผ่าตัดร่วม ทำได้เร็วกว่า

ขั้นตอนการรักษา

ขั้นที่ 1 ทันตแพทย์ทำการตรวจสภาพช่องปากและเตรียมสภาพช่องปากให้เรียบร้อย

ขั้นที่ 2 ทันตแพทย์ถ่ายภาพรังสีเพื่อดูปริมาณกระดูกและอวัยวะต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง อาจต้องมีการทำภาพถ่ายสแกน 3 มิติ (3D Dental CT Scan) ร่วมด้วยในบางเคส

ขั้นที่ 3 การฝังรากเทียมลงในกระดูก หลังการผ่าตัด จะเย็บปิดแผล แล้วรอให้ร่างกาย สร้างกระดูกเพื่อยึดติด กับรากเทียม โดยจะรอประมาณ 3 – 6 เดือน

ขั้นที่ 4 เป็นผ่าตัดครั้งที่ 2 โดยทำการผ่าตัดเปิดเหงือกแล้วยึดส่วนแกนฟัน (Abutment) ลงบนรากเทียมที่ฝังอยู่ในกระดูก จากนั้นจึงปิดแผล และจะเห็นว่ามีส่วน แกนฟัน โผล่ออกมาเพื่อเตรียมรองรับฟันปลอมต่อไป (ซึ่งขั้นตอนที่ 2 นี้ อาจไม่มีความจำเป็น ถ้าในการผ่าตัดครั้งแรก รากเทียมยึดติดกับกระดูกได้แน่นพอ)

ขั้นที่ 5 เป็นการทำฟันปลอมทับบนแกนฟันและรากเทียม ซึ่งอาจจะเป็นฟันปลอมติดแน่น เช่น ครอบฟัน หรือ ฟันปลอมถอดได้ทั้งปากที่ทับบนรากฟันเทียม

ขั้นที่ 6 ควรพบทันตแพทย์เพื่อทำการตรวจเช็คสม่ำเสมอทุกๆ 6 เดือน

ทำไมถึงเลือกทำรากฟันเทียมที่
ศูนย์ทันตกรรมทันตกิจ

  • เราเป็นศูนย์ทันตกรรมแห่งแรกที่ริเริ่มการรักษาทันตกรรมรากฟันเทียมในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2516
  • ทันตแพทย์เฉพาะทางด้านทันตกรรมรากฟันเทียมของเราเป็นทันตแพทย์ประจำแบบ full time ซึ่งสามารถดูแลรับผิดชอบการรักษาได้อย่างต่อเนื่องตลอดจนถึงการดูแลรากเทียมในระยะยาว
  • เราเป็นศูนย์ทันตกรรมรากเทียม Nobel Biocare อย่างเป็นทางการ
  • การทำปราศจากเชื้อมาตรฐานระดับโรงพยาบาลเพื่อเพิ่มอัตราความสำเร็จในการฝังรากฟันเทียม
  • การฝังรากฟันเทียมด้วยระบบดิจิทัล 3D Dental CT Scan
    • เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและลดความเสี่ยงต่างๆแก่ผู้ป่วย
    • เพื่อลดระยะเวลาในการรักษา
    • เพื่อเพิ่มรายละเอียด ความแม่นยำในการวินิจฉัย
    • พบและหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีความเสี่ยงในการฝังรากฟันเทียม
  • การทำครอบฟันและสะพานฟันบนรากเทียมด้วยการสแกนฟันดิจิทัลและแลปทันตกรรมแบบ CAD/CAM เพื่อให้ได้ครอบฟันและสะพานฟันที่แม่นยำและพอดีที่สุด
  • เรามีการรับประกันตัวรากฟันเทียมถึง 5 ปี ในกรณีที่ตัวรากเทียมหลุดหรือไม่ยึดเกาะกับกระดูก และรับประกันตัวครอบฟันบนรากเทียม 2 ปี หากมีการแตก

ส่วนลด 10% สำหรับทุกการรักษา