ส่วนลด 10% สำหรับทุกการรักษา

    ทันตกรรมโรคเหงือกปริทันต์ (Periodontics or Gum Treatment)

    โรคเหงือกอักเสบตามคําจํากัดความก็คือมีอาการอักเสบของเหงือก ลักษณะอาการทั่วไปที่ผู้ป่วยมักจะมาปรึกษาก็คือเรื่องของการที่มีขอบเหงือกแดง มีเลือดออกหลังจากแปรงฟัน บางครั้งก็จะมีเศษอาหารติดตามซอกฟัน เคี้ยวอาหารแล้วก็มีอาการเจ็บได้เหมือนกัน

    โรคเหงือกอักเสบ (Gingivitis) 
    ■  เป็นอาการอักเสบของเหงือกซึ่งเกิดจากปัจจัยต่างๆ เช่น การสูบบุหรี่ ผลข้างเคียงของการรับประทานยาบางชนิด และการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกาย เป็นต้น

    โรคเยื่อหุ้มฟันอักเสบ (Periodontitis) 
    ■  มักก่อให้เกิดการละลายของรากฟัน เป็นสาเหตุของอาการฟันโยกและอาจต้องทำการถอนฟันทิ้งไปในที่สุด และยังเป็นสาเหตุของกลิ่นปากอีกด้วย

    อาการของโรคเหงือก

    1. มีเลือดออกขณะแปรงฟัน หรือใช้ไหมขัดฟัน
    2. เหงือกแดง และบวมหรือนุ่ม
    3. ฟันดูยาวขึ้น เนื่องจากเหงือกร่นลงไป
    4. เหงือกไม่ติดอยู่กับฟัน เหมือนมีร่อง
    5. ฟันมีการขยับเขยื้อนเวลาเคี้ยว
    6. มีหนองไหลออกมาจากบริเวณร่องเหงือก
    7. มีกลิ่นปาก หรือรสชาติแปลกๆ ในปาก

    การรักษาและการป้องกันโรคเหงือกอักเสบ

    การรักษาโรคทุกชนิดจําเป็นต้องกําจัดสาเหตุออกไป เพราะฉะนั้นสาเหตุหลักของโรคเหงือกอักเสบ คือ เชื้อแบคทีเรียที่มีอยู่ตามขอบเหงือกและซอกฟัน การรักษาคือต้องกําจัดสาเหตุเหล่านี้ออกไป โดยการขูดหินนํ้าลายและเกลารากฟันแต่แค่นั้นยังไม่พอ เราจําเป็นจะต้องมีการแปรงฟันทําความสะอาดฟัน เนื่องจากสาเหตุของโรคจะมาทุกวันหลังจากที่เราไปทานอาหารก็จะมีสาเหตุใหม่กลับมา มีการอักเสบใหม่ตลอดเวลาเพราะลําพังแค่บอกว่าไปหาหมอ แล้วให้หมอขูดหินนํ้าลาย อันนั้นไม่ใช่การรักษาแต่เป็นแค่การทําความสะอาดฟัน

    ขั้นตอนการรักษา

    1. การรักษาจะต้องมีการขูดหินปูน และเกลารากฟัน (root planing) ร่วมด้วย โดยจะขูดหินปูนทั้นบน ตัวฟันและส่วนที่อยู่บนผิวรากฟันภายในร่องปริทันต์ ส่วนการเกลารากฟันคือการทำให้ผิวรากฟัน เรียบเพื่อให้เนื้อเยื่อเหงือกสามารถกลับมายึดแน่นติดกับผิวฟันได้เหมือนเดิม ซึ่งขั้นตอนนี้จะต้อง ทำซ้ำหลายๆครั้ง
    2. หลังจากรักษาเสร็จแล้วประมาณ 4-6 สัปดาห์ ทันตแพทย์จะเรียกกลับมาดูอาการอีกครั้งว่า หายดี หรือไม่ ถ้ายังมีร่องลึกปริทันต์เหลืออยู่หรือมีการละลายของกระดูกไปมาก อาจจำเป็นต้องใช้วิธีผ่าตัด เหงือก (ศัลย์ปริทันต์ : Periodontal Surgery) ร่วมด้วย
    3. ท่านจะต้องทำความสะอาดฟันและซอกฟันอย่างถูกวิธีและสม่ำเสมอด้วยตนเอง อย่างน้อยจะต้องใช้ แปรงและไหมขัดฟันทุกวัน เพื่อที่จะกำจัดคราบจุลินทรีย์ให้หมดทุกวัน
    4. ไปพบทันตแพทย์ทุก 6 เดือน เพื่อตรวจดูว่ามีคราบจุลินทรีย์และหินปูนหลงเหลือจากการทำความ สะอาดเองหรือไม่ เพื่อที่จะได้รับการรักษาในระยะแรก

    ข้อแนะนำในการดูแลรักษาสุขภาพเหงือกและฟัน

    1. แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้งและใช้ไหมขัดฟัน (Dental Floss) ทำความสะอาดซอกฟันทุกวัน
    2. ใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ทำให้ฟันแข็งแรงขึ้น เพื่อป้องกันฟันผุ
    3. แปรงฟันให้ถูกวิธี โดยทันตแพทย์ที่ดูแลท่านอยู่จะช่วยแนะนำท่านได้
    4. ใช้แปรงสีฟันที่มีขนอ่อนนุ่มและหมั่นตรวจสภาพของแปรงสีฟันของท่าน ถ้าขนแปรงเริ่มบานออกหรือเปลี่ยนรูป ควรเปลี่ยนใหม่ เมื่อแปรงฟันเสร็จควรวาแปรงสีฟันในที่ๆ มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก การที่ขนแปรงเปียกชื้นตลอดเวลาจะทำให้เกิดเชื้อราขึ้นได้
    5. ควรแปรงลิ้นของท่านด้วยขณะแปรงฟัน
    6. พบทันตแพทย์ทุกๆ 6 เดือน เพื่อรับการขูดหินปูนและตรวจดูสภาพช่องปาก

    ส่วนลด 10% สำหรับทุกการรักษา

    ปรึกษาปัญหาด้านทันตกรรมกับทันตแพทย์ของเรา

    ชื่อ-นามสกุล

    อีเมล

    เบอร์โทรศัพท์

    ข้อความของท่าน